วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555


เด็กและเยาวชนไทยร่วมใจกันไม่สูบบุหรี่
      ในภาวะปัจจุบัน สังคมไทยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เกิดปัญหายาเสพติด ปัญหาครอบครัว ปัญหาต่างๆที่ตอนนี้สังคมไทยยังแก้ไม่ได้อีกมากมาย และในตอนนี้ปัญหาที่หนักหน่วงเป็นปัญหาใหญ่อีกปัญหาหนึ่ง ก็คือ การติดบุหรี่ของคนไทย ที่มีอัตราการเพิ่งขึ้นมากเรื่อยๆ โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่ ก็ยังไม่ให้ความสนใจต่อสิ่งเหล่านี้ว่าเป็นอันตรายต่อตนเองมากแค่ไหน เป็นการเพิ่มอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น จึงเป็นอีกปัญหาที่สมควรจะได้รับการแก้ไขอย่างยิ่ง
บางครอบครัวมีพ่อสูบบุหรี่ คุณรู้หรือไม่ว่าทุกครั้งที่คุณสูบบุหรี่พร้อมๆ กับพ่นควันโขมงไปทั้งบ้านอย่างมีความสุขอยู่นั้น คุณได้ก่อให้เกิดโศกนาฎกรรมอย่างร้ายแรงแก่ลูกน้อยและเด็กในครอบครัวของคุณอย่างไม่อาจให้อภัยได้ เพราะนั่นเป็นบ่อเกิดแห่งการติดบุหรี่ของเยาวชนไทย ประการที่หนึ่งคือเกิดการอยากรู้อยากเห็น อยากลองบุหรี่ซึ่งเห็นตัวอย่างมาจากผู้ปกครองที่บ้าน ประการที่สองคือการเกิดสิ่งผิดปกติของร่างการ เพราะบุหรี่มีสารพิษที่เรียกว่า นิโคติน อยู่ ซึ่งนิโคตินเป็นสารระเหยนครวันบุหรี่ เป็นสารที่รุนแรงมากอย่างหนึ่ง ละลายน้ำได้ดี ไม่มีสี ถ้าสูบบุหรี่ 1 มวน ร่างกายจะได้รับนิโคตินในควันบุหรี่ 0.2 – 2 มิลลิกรัม หากมีอยู่ในร่างกายถึง 70 มิลลิกรัม จะทำให้ถึงแก่ความตายได้ มีผู้ทดลองนำนิโคตินบริสุทธิ์ เพียง 1 หยด ป้ายลงบนผิวหนังกระต่าย มีผลทำให้กระต่ายตัวนั้นช็อกอย่างรุนแรงและถึงแก่ความตาย แม้จะไม่ได้เข้าสู่ภายในร่างกายทางปากหรือทางลมหายใจ นิโคติน จะทำให้ไขมันในเส้นเลือดเพิ่มขึ้น เส้นเลือดหัวใจตีบและเกิดโรคหัวใจขาดเลือดหล่อเลี้ยง ทำให้ความดันสูง หัวใจเต้นเร็วทำลายเนื้อปอดและถุงลมปอดอีกด้วย และประการที่สามซึ่งก็คือการติดบุหรี่จากคุณแม่ที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ หากยังคงสูบบุหรี่ในระหว่างนี้แล้ว จะก่อให้เกิดความผิดปกติทั้งต่อตัวคุณเองและเจ้าตัวน้อยๆ ที่อยู่ในท้องของคุณ ซึ่งบางรายอาจไม่มีโอกาสได้ออกมาชมโลกเหมือนเด็กคนอื่นๆ หรือออกมาแล้วพิการก็มีเยอะเหมือนกัน หากผู้ใหญ่ในครอบครับตระหนักถึงพิษภัยที่มาจากบุหรี่เพียงสักนิด ก็จะได้เยาวชนที่เติบโตมาเป็นเยาวชนที่ห่างไกลจากบุหรี่ได้
พิษจากบุหรี่นั้นเกิดจากส่วนประกอบคือ นิโคติน ( Nicotine ) และทาร์ ( Tar ) ซึ่งเป็นคราบมันข้นเหนียว สีน้ำตาลแก่ เกิดจากการเผาไหม้ของกระดาษและใบยาสูบ จะทำลายถุงลมปอดทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง หอบเหนื่อยง่าย ไอเรื้อรัง และอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งบริเวณเนื้อเยื่อที่สัมผัสกับสารนี้ ขณะสูบบุหรี่ ทาร์จะตกค้างอยู่ในปอด หลอดลมใหญ่ และหลอดลมเล็ก ประมาณร้อยละ 90 จะขับออกมาพร้อมลมหายใจเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น ดังนั้น ทาร์ จึงเป็นตัวการทำให้เกิดโรคมะเร็งปอด ซึ่งเป็นโรคที่ทรมานมากก่อนเสียชีวิต ในบุหรี่ 1 มวน มีทาร์ในปริมาณต่างกันตั้งแต่ 2.0 มิลลิกรัม จนถึง 3.0 มิลลิกรัม แล้วแต่ชนิดของบุหรี่ ส่วนประกอบนี่เป็นเพียงสารส่วนหนึ่งที่อยู่ในบุหรี่ แต่ถ้าจะให้กล่าวไปแล้วสารที่อยู่ในบุหรี่มีมากมายเหลือเกิน ยกตัวอย่างเช่น ก๊าซต่างๆที่มีผลต่อร่างกาย สารจำพวกคาร์ซิโนเจน สารจำพวกโค คาร์ซิโนเจน และสารระคายเคืองต่างๆ นอกจากนี้ควันบุหรี่ยังมีสารอีกไม่น้อยกว่า 20 ชนิด เช่น สารหนู สารฆ่าแมลง ฯลฯ ซึ่งเป็นสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ทั้งสิ้น ดังนั้นการสูบบุหรี่เป็นการสุดเอาควันพิษต่างๆ เข้าสู่ร่างกายสารที่ได้รับจะถูกสะสมอยู่ในร่างกายมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับองค์ประกอบต่างๆต่อไปนี้
1 . ชนิดของบุหรี่ ซึ่งมีทั้งก้นกรองและไม่มีก้นกรอง ถ้ามีก้นกรองก็สามารถกรองควันจากสารพิษต่างๆ ได้บ้างแต่ไม่มากนัก
2 . จำนวนบุหรี่ที่สูบในแต่ละวัน หรือสูบตลอดในช่วงที่ผ่านมา ถ้าสูบมากก็จะมีอันตรายมากขึ้นตามลำดับ จำนวนสารพิษก็จะสะสมอยู่ในร่างกายเพิ่มมากขึ้น
3 . วิธีการสูบ การสูบแบบอัดควันเข้าปอดเต็มที่นั้น จะมีอันตรายมากกว่าการสูบธรรมดา
นี่คือองค์ประกอบของบุหรี่ว่ามีอะไรบ้าง ต่อไปคือโทษของบุหรี่ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยสามารถเป็นพิษ ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ บุหรี่จะทำให้หลอดเลือดหดตัวอันเป็นสาเหตุของโรคหัวใจขาดเลือด ความดันโลหิตสูง โรคมะเร็งปอด ถุงลมโป่งพอง ถ้าผู้สูบบุหรี่เป็นหญิงมีครรภ์จะทำให้แท้งได้ง่ายหรือทารกที่คลอดออกมาจะมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น แก่ก่อนวัยอันควร เกิดโรคมะเร็ง ในอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น มะเร็งที่ปาก ที่ลิ้น ที่กล่องเสียง แต่ที่เป็นมากที่สุดคือ มะเร็งปอด สมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา และกระทรวงสาธารณสุขแห่งสหรัฐอเมริกาได้รายงานผลวิจัย เมื่อ พ.ศ. 2521 ว่าผู้ที่สูบบุหรี่จัด มีโอกาสตายด้วยโรคมะเร็งมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ 20 เท่า เกิดโรคทางเดินหายใจ ผู้สูบบุหรี่จัดมีอาการไอเรื้อรัง บางครั้งไอถี่มากจนไม่สามารถหลับนอนได้ แต่เมื่อหยุดสูบอาการจะบรรเทาและหายไปในที่สุด นอกจากนี้ทาร์ในควันบุหรี่จะสะสมอยู่ในปอด วันละเล็กวันละน้อย จนในที่สุดถุงลมปอดโป่งพองจนไม่สามารถหดตัวกลับได้ มีผลทำให้ปอดไม่สามารถแรกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนได้มากเท่าเดิมจึงทำให้หายใจขัด หอบ และหากเป็นเรื้อรังอาจทำให้ถึงแก่ความตายได้ง่ายเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังพบว่าการสูบบุหรี่ทำให้เป็นโรคอื่นได้อีกหลายอย่าง เช่น โรคกระเพาะอาหารเป็นแผล โรคความดันเลือดสูง โรคตับแข็ง โรคปริทนต์ โรคโพรงกระดูกอักเสบ เป็นต้น และยังส่งผลต่อบุคลิกภาพของผู้สูบบุหรี่อีก
บทบาทหน้าที่ต่อตนเองที่จะพัฒนาเยาวชนไทยให้ไม่สูบบุหรี่ก็คือ ถ้าคุณเป็นพ่อแม่ ไม่ควรสูบบุหรี่ขณะตั้งครรภ์ พ่อแม่ควรงดการสูบบุหรี่ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูก ควรให้ควรู้ความเข้าใจแก่ลูกในเรื่องพิษภัยอันเกิดจากบุหรี่ ควรจัดบ้านของท่านให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ ถ้าคุณเป็นครู ควรจัดกิจกรรมทั้งในและนอกหลักสูตรเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจ และปลูกฝังทัศนคติที่ถูกต้องแก่เด็กนักเรียนในเรื่องพิษภัยอันเกิดจากการสูบบุหรี่ ควรงดการสูบบุหรี่ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็กนักเรียน หรือถ้าคุณยังเลิกสูบบุหรี่ไม่ได้ ก็ไม่สูบบุหรี่ในบริเวณโรงเรียนให้เด็กได้พบเห็น ไม่ควรลงโทษเด็กที่สูบบุหรี่ แต่ควรหาแนวทางในการเปลี่ยนแปลงทัศนคติให้ถูกต้องต่อการไม่สูบบุหรี่ ควรให้กำลังใจและสนับสนุนเด็กนักเรียนที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ ควรส่งเสริมให้มีกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เด็กใช้เวลาว่างในทางสร้างสรรค์มากขึ้น และควรส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงเรียนเป็นเขตปลอดบุหรี่ หรือถ้าคุณมีหน้าที่เป็นสื่อมวลชนก็ควรให้ความรู้ในเรื่องพิษภัยอันเกิดจากการสูบบุหรี่ โดยผ่านทางสื่อมวลชนต่างๆ ไม่ควรเผยแพร่ภาพโฆษณาที่สนับสนุนการสูบบุหรี่ผ่านสื่อมวลชนต่างๆ และจำเป็นต้องร่วมกันสร้างค่านิยมใหม่แก่เด็กและเยาวชน
สำหรับผู้ที่ต้องการจะเลิกบุหรี่ ต้องเตรียมตัวเตรียมใจก่อน คือ ต้องมีความตั้งใจจริง มีกำลังใจเข้มแข็ง มีความพยายามและความอดทน ไม่จำเป็นต้องอดทันทีและตลอดไป เพียงแต่จะต้องอดบุหรี่ได้วันนี้ พรุ่งนี้ พยายามอีกวันหนึ่ง แล้วก็พรุ่งนี้พรุ่งนี้….พรุ่งนี้ต่อไป ควรบอกให้คนในครอบครัว เพื่อน ผู้ที่รู้จักคุ้นเคยและญาติมิตรว่า ท่านอดบุหรี่ได้แล้ว เมื่ออดได้ติดต่อกันหลายๆ วัน เป็นการเสริมกำลังใจให้เชื่อมั่น และเกิดความกระดากอายที่จะกลับไปสูบอีก ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกวันใดวันหนึ่งในการเลิกสูบบุหรี่ และตั้งแต่วันนั้นจะไม่หยิบบุหรี่สูบอีก และที่สำคัญคือ ไม่พกอุบกรณ์ในการสูบบุหรี่ เช่น ไฟแช๊ค ถ้ายังไม่เลิกนิสัยการติดปาก ให้นำยาอมหรือลูกกวาดที่ชอบติดตัวไว้เสมอเวลานึกถึงบุหรี่ก็อมยาอมหรือลูกกวาดแทน ปัจจัยที่จะสร้างสุขภาพให้ดีหลังจากเลิกบุหรี่คือการรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และ ไม่ควรกังวล ถ้าท่านกลับไปสูบบุหรี่อีก เพราะอาจจะต้องใช้ความพยายามหลายครั้งก่อนที่ จะเลิกบุหรี่ได้
การสูบบุหรี่นั้นไม่ใช่ค่านิยมที่ดีสักเท่าไหร่นัก และการที่เราไม่สูบบุหรี่เป็นหน้าที่อันสำคัญที่สุดของทุกๆคนโดยเฉพาะเยาวชนไทย ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า เยาวชนทุกคนจึงต้องร่วมมือใจกันที่จะกำจัดบุหรี่ เป็นแบบอย่างที่ดีต่อคนรุ่นหลัง และสร้างค่านิยมที่ดีให้แก่รุ่นลูกรุ่นหลานตลอดไป











บรรณานุกรม
·       http://www.manager.co.th/qol/viewnews.aspx?NewsID=9550000009267
·         http://www.ashthailand.or.th/th/
·       http://www.srbr.in.th/Health/smoke2.htm
·       ใบปลิวเกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่